วันอังคารที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2555
วิธีสังเกตยาที่เสื่อมคุณภาพ
วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2554
“5 DON’T when you are sleeping”

“5 DON’T when you are sleeping” แปลตรงๆ ก็คือ ’5 อย่า’ เมื่อคุณจะนอน” มาดูกันซิว่ามีอะไรบ้าง
อย่าที่ 1 คือ อย่านอนหลับไปพร้อมๆ กับนาฬิกาข้อมือ ก็เพราะขณะที่นาฬิกาเจ้ากรรมทำงานไปเรื่อยๆ นั้น เจ้านาฬิกาไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ล้วนปล่อยพลังงานทั้งสิ้น เชื่อมั้ยว่าการใส่นาฬิกาข้อมือนอนจะมีผลต่อสุขภาพระยะยาวเลย
อย่าที่ 2 นี่ สำหรับพวกชอบคุยโทรศัพท์มือถือจนหลับโดยเฉพาะเลย ไม่ควรนอนหลับไปพร้อมๆ กับโทรศัพท์เท่านั้น แต่หมายรวมไปถึงการวางโทรศัพท์มือถือไว้ใกล้ๆ ตัวด้วย บางคนที่ชอบใช้มือถือเป็นนาฬิกาปลุกยามเช้า กรุณาเก็บมือถือของท่านไว้ให้ใกลตัวที่สุดเมื่อจะนอนซะเถอะ
ไปหาซื้อนาฬิกาปลุกถูกๆ ดีๆ เก๋ๆ มาใช้ดีกว่า เพราะมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ระบุว่าโทรศัพท์มือถือเครื่องจิ๋วเนี่ย จะปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาขณะเปิดเครื่องไว้ และเจ้าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเหล่านี้มีผลกับระบบประสาทซะด้วยสิ เพราะฉะนั้น ตอนนอนก็ปิดโทรศัพท์มือถือซะดีกว่า พอปิดโทรศัพท์มือถือเรียบร้อยแล้ว จะวางไว้ใกล้หรือไกลก็หายห่วง
อย่าที่ 3 ง่ายๆ สั้นๆ คือ อย่าหลับพร้อมๆ กับเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะเหนื่อยอ่อนเมื่อยล้าขนาดไหน ต้องล้างเครื่องสำอางออกให้หมด เพราะการหลับทั้งๆ ที่เครื่องสำอางยังคาอยู่ที่ผิวหน้านั้น จะก่อให้เกิดปัญหาด้านผิวพรรณระยะยาว กลางคืนคือช่วงเวลาที่ผิวพรรณจะได้พักผ่อนบ้างนะค่ะ
อย่าที่ 4 (สำหรับสาวๆ เท่านั้น) คือ อย่านอนหลับทั้งๆ ที่ยังใส่ยกทรง นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันค้นพบว่าการใส่ยกทรงนานเกิน 12 ชั่วโมง จะเป็นการเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งทรวงอกได้ ฉะนั้น ก็อย่าใส่ยกทรงนอนเลย ไม่ต้องกลัวเสียทรง ไม่ต้องกลัวอกแบะ ห่วงชีวิตไว้ก่อนดีกว่า
อย่าที่ 5 อันนี้เหมาะกับทุกเพศเลยนะ “อย่านอนกับสามีหรือภรรยาของคนอื่น” เพราะคุณอาจจะไม่ได้ตื่นอีกเลย..
วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2554
ท่องตำรานาทีสุดท้าย'จำแน่น-สอบดีขึ้น'

โอเมก้า 3" ลดความเสี่ยง "โรคหัวใจ" หาได้ใน "ปลาทูไทย"

รู้ไหมว่า "ชิส กับ เนย" อย่างไหนดีกว่ากัน

วิธีลดความฟุ้งซ่านก่อนอ่านหนังสือ

วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
ฟังไว้ใส่ชุดชั้นในผิดวิธีอาจเกิดโรคได้
คงไม่มีใครคาดถึงแน่ๆ ถ้าจะบอกว่า ภัยร้ายใกล้ตัวที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของผู้หญิงได้นั้นจะเกิดขึ้นจาก “ชุดชั้นใน” … ใครจะคิดว่าชุดนั้นในที่เราสวมใส่อยู่ทุกวันนั้นจะก่อให้เกิดผลเสียที่ร้านแรงต่อสุขภาพได้จริงไหมล่ะคะ
ไม่เชื่อก็คงจะต้องเชื่อจริงๆ เพราะไม่ว่าจะเป็น เสื้อชั้นใน กางเกงใน หรือสเตย์รัดหน้าท้อง หากไม่รู้จักวิธีการเลือกที่ถูกวิธี เมื่อสวมใส่แล้วก็อาจจะส่งผลต่อสุขภาพได้โดยที่เราไม่รู้ตัวเลยทีเดียว!!!

สายชุดชั้นใน : ชุดชั้นในที่ถูกปรับสายจนรัดเนื้อตึงเกินไปจะไปรั้งช่วงไหล่ ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก สาวๆ ที่ใส่เสื้อชั้นในรั้งเกินไปจึงอาจจะมีโรคปวดหัวเรื้อรัง หรือเป็นไมเกรนตามมา ต้องวิ่งหาหมอหาสาเหตุกันให้วุ่นวาย จริงๆ แล้วก็มีสาเหตุมาจากสายเสื้อชั้นในที่รั้งเกินไปนั่นเองล่ะค่ะ จีสตริง : กางเกงในจีสตริงเป็นกางเกงที่ไม่ควรใส่เลยสำหรับคนที่รักสุขภาพ เพราะความสวยที่ได้ไม่คุ้มกับโรคร้ายๆ ที่จะตามมา เนื่องจากสายกางเกงในทีเล็กมากๆ แต่รัดสุดๆ จะไปทำให้เนื้อเยื่อบริเวณง่ามก้นระคายเคืองหรือเสียดสีจนเป็นแผล และถ้าดูแลความสะอาดไม่ดีพอ จุดซ่อนเร้นของสาวๆ ก็อาจจะอักเสบและติดเชื้อได้ อันตรายไม่น้อยเลยนะคะเนี่ย บรารัดแน่นเกินไป : สาวๆ ไม่ควรลืมให้ความกับการคำนึงถึงรอบตัวในการเลือกบรา เพราะถ้าหากบรามีรอบตัวคับเกินไปแรงกดที่รัดแน่นตลอดเวลาติดต่อกันนานๆ จะไปทำร้ายต่อมน้ำเหลือง ทำให้เลือดและน้ำเลือดคั่งอยุ่ข้างใน จากนั้นสิ่งที่จะตามมาคือมะเร็งเต้านมที่สาวๆ กลัวกันนัก นอกจากนี้การใส่บราเล็กเกินไปยังจะทำให้ระบบหายใจติดขัด เหนื่อยง่าย หายใจได้ไม่เต็มปอด เดินช้อปปิ้งไม่กี่โลก็หน้ามืดแล้ว |
บราเนื้อแข็ง : เนื้อผ้าของเสื้อชั้นในควรจะลื่น นิ่ม ไม่ระคายเคืองผิว ถ้าหากใส่แล้วรู้สึกคันควรจะเลิกใส่เสื้อในตัวนั้นทันที เพราะอาจจะยังซักไม่สะอาดหรือมีสารฟอกสีที่เป็นอันตรายตกค้างอยู่ และสำหรับสาวๆ ที่ทาโลชั่นบำรุงผิวก็ควรงดทาบริเวณเต้านมด้วย เพื่อไม่ให้เกิดการหมักหมมหลังจากที่ใส่บราทับลงไป
ใส่ชุดชั้นในซ้ำ : ถึงแม้ว่าชุดชั้นในของเราจะยังดูสะอาดดี แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่มีเชื้อโรค หลังจากใส่มาแล้วทั้งวันอย่างน้อยๆ ก็ต้องมีเชื้อแบคทีเรียหมักหมมอยู่บ้าง โดยเฉพาะชุดชั้นในที่เปียกเหงื่อยิ่งอาจจะมีเชื้อรา ทำให้บริเวณจุดซ่อนเร้นสามารถติดเชื้อได้ง่ายๆ
ใส่สเตย์ตลอดเวลา : สาวๆ ที่ใส่สเตย์รัดหน้าท้องจะรู้สึกได้เลยว่าหายใจไม่ค่อออก ยิ่งถ้าใส่ทุกวันจะเกิดการเจ็บป่วยตามมามากมาย โรคแรกที่มาแน่ๆ ได้แก่ โรคในกระเพาะกับลำไส้ เพราะเป็นอวัยวะที่ได้รับผลกระทบโดยตรง อาจจะท้องผูก ระบบย่อยไม่ดี เป็นโรคกระเพาะ หรือมีแผลในกระเพาะอาหารจากนั้นก็จะมีโรคปวดหลัง กล้ามเนื้อหลังไม่แข็งแรง ปวดประจำเดือนมากกว่าปกติ เส้นเลือดอุดตัน ระบบไหลเวียนโลหิตมีปัญหา การใส่เสตย์จึงควรใส่เฉพาะเวลาจำเป็นจริงๆ อย่างเวลาไปงานเลี้ยง และพอกลับถึงบ้านก็ควรรีบถอดให้เร็วที่สุด

ทำไมคุณหมอถึงต้องกำชับให้เราดื่มตามมากๆ หลังจากกินยา ... มีกรณีศึกษาที่น่าสนใจเกี่ยวกับพฤติกรรมการกินยาที่ไม่ถูกต้องซึ่งเป็นต้นเหตุทำให้เกิดอาการ "ยาแตกตัวในหลอดอาหาร" โดยอาการผิดปกตินี้เกิดขึ้นกับผู้ประกาศข่าวชื่อดัง "ไก่ ภาษิต" ซึ่งเจ้าตัวได้เล่าถึงอาการดังกล่าวที่เกิดขึ้นผ่านรายการเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ว่าตนเคยมีอาการเจ็บคอโดยไม่มีสาเหตุ เวลาหายใจลึกๆ จะเจ็บคอมาก ตอนแรกคิดว่าตนเองเป็นโรคกรดไหลย้อน พอเริ่มมีอาการหนักขึ้นจึงไปหาหมอเพื่อทำการวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง ซึ่งปรากฏว่าคุณหมอได้ตรวจพบแผลบริเวณรอบๆ หลอดอาหาร โดยมีลักษณะเป็นผื่นสีแดงเป็นจ้ำๆ ผู้ประกาศชื่อดังเล่าต่อว่า อาการดังกล่าวนั้นเกิดจากการที่ในช่วงที่ผ่านมาเขามีอาการป่วยเป็นไข้หวัดธรรมดาแล้วไม่ได้ไปหาหมอแต่หายามากินเอง โดยเวลาที่กินยานั้นบางครั้งก็ไม่ได้ดื่มน้ำตามเพราะคิดว่าเดี๋ยวยาก็ไปละลายในกระเพาะเอง ซึ่งนั่นเป็นความคิดที่ผิดมากๆ |
นอกจากนี้พฤติกรรมการกินยาที่ถูกต้องอีกอย่างหนึ่งก็คือ สำหรับการกินยาก่อนนอน หลังจากกินยาแล้วอย่าเพิ่งเอนตัวลงนอนทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่มีภาวะกรดไหลย้อน ถ้ายาไปอยู่ตรงหลอดอาหารพอดีก็จะทำให้เกิดแผล จนแผลทะลุ ถ้าเป็นแผลเรื้อรังนานๆ อาจเป็นมะเร็งได้
วันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
อันตรายของปากกาเคมี

สารไซลีน สามารเข้าสู่ร่างกายคนเราได้ทางผิวหนังและการหายใจ เมื่อผ่านเข้าทางผิวหนังจะ่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง อย่างรุนแรง ส่วนการหายใจเข้าสู่ร่างกาย จะถูกส่งไปยังปอด ผ่านเข้าสู่ระบบหมุนเวียนโลหิต ส่งผลต่อร่างกายได้หลายระดับ ตามปริมาณที่รับเข้าไป เช่น ทำให้มึนงง ปวดศีรษะ คลื่นเหียนอาเจียน เกิดการเสียวคอและหน้าอก เกิดการระคายเคืองตาและระบบทางเดินหายใจ ไอและน้ำมูกไหล นอกจากนี้การรับสารไซลีน ในปริมาณไม่มากต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานาน ก็สามารถส่งผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน การสูดไอเคมีเข้าไปเรื่อยๆ จะไปกระตุ้นและกดระบบประสาทส่วนกลาง เช่น เกิดอาการชา สั่นกระตุก หวาดกลัว ความจำเสื่อม อ่อนเพลีย จิตใจกระวนกระวาย ทรงตัวลำบาก เบื่ออาหาร คลื่นเหียน และท้องอืด
ดังนั้น ก่อนที่จะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารเคมีอย่าง ปากกาไวท์บอร์ด หรือ ปากกาเคมี ควรสังเกตฉลากด้านข้าง อย่างละเอียดว่า มีเครื่องหมายรับรองความปลอดภัยอย่างเครื่องหมาย AP และ CE หรือไม่ สิ่งเล็กน้อยเหล่านี้จะละเลยไม่ได้ เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเราเอง
10 สาเหตุใกล้ตัวที่ไม่น่าเชื่อว่าจะทำคุณฟันเหลือง-ปากเหม็น
สาเหตุที่ทำให้ สุขภาพช่องปากของคุณย่ำแย่ 3.นิยมจิบไวน์
7.ทานยาคุมกำเนิด